นรกกับสวรรค์

นรกกับสวรรค์
จงอย่าประมาท สติ สมาธิ ถึงได้มา สงบ สุข สบาย

นรกกับสวรรค์

          ขุนนางผู้ใหญ่คนหนึ่งเดินทางไปกราบพระอาจารย์ไป๋อิน เพื่อเรียนถามว่านรกกับสววรค์มีจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่จินตนาการอย่างหนึ่งเท่านั้นและถ้ามีจริง เขาก็หวังว่าพระอาจารย์จะพาเขาไปดูนรกกับสวรรค์ที่เป็นของจริงสักครั้งหนึ่ง

           ทันทีที่ถูกถาม พระอาจารย์ไป๋อิ่นก็ใช้วาจาหยาบคายที่สุดเท่าที่สมองจะนึกออกด่าขุนนางผู้ใหญ่เป็นชุด ทำเอาขุนนางผู้ใหญ่งงเป็นไก่ตาแตก


           แต่ด้วยมารยาท ขุนนางผู้ใหญ่จึงมิได้ต่อปากต่อคำ ทว่า ท่านไป๋อิ่นยังคงด่าต่อไป สุดท้าย สุดท้ายขุนนางผู้ใหญ่อดรนทนไม่ไหว คว้าไม้กระบองมาอันหนึ่ง ตวาดลั่นว่า " เจ้าเป็นพระประสาอะไร ถึงกับกล้าด่าคนหยาบๆ คายๆ ถ่อยยิ่งกว่ากุ๊ยข้างถนนเสียอีก "

           พระอาจารย์ไป๋อิ่นหลบไม้กระบองเป็นพัลวัน ปากก็ร้องว่า " ท่านขอร้องอาตมาเองมิใช่หรือว่า ให้อาตมาพาท่านไปดูนรก ท่านก็ได้เห็นแล้วนี่ แบบนี้แหละคือนรก "

           ขุนนางผู้ใหญ่จึงกลับคืนสู่ความมีสติ เขารีบวางไม้กระบองลงแล้วขอขมาพระอาจารย์ไป๋อิ่นด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตัว

            พระอาจารย์ไป๋อิ่นกล่าวว่า " ท่านเห็นแล้วสิ นี่แหละสวรรค์ "

แง่คิด

           จิตวูบก็นรก จิตแวบก็สวรรค์

           นรกกับสวรรค์เป็นแดนสมมติที่เราคิดขึ้น นรกกับสวรรค์อยู่ที่ใหนก็อยู่ในใจของเรานี่เอง จะว่ามันอยู่ติดกันหรือเป็นรัฐซ้อนรัฐกันก็ได้ เพราะบ่อยครั้งทีเดียวที่นรกกับสวรรค์มักหมุนเวียนสับเปลี่ยนภูมิแดนกันอย่างเช่น ตอนที่ขุนนางผู้ใหญ่ฉวยไม้กระบองขึ้นฟาดพระอาจารย์เซนตอนนั้น เขาโกรธจนหน้ามืด นรกก็อยู่กับตัวเขาทันที แต่พอเขาวางกระบองลง จิตใจอ่อนโยน สวรรค์ก็อยู่กับเขาทันทีเหมือนกัน

           ที่พระอาจารย์เซนจงใจยั่วเขาให้โกรธและกลับทำให้เขากลับคืนสู่ความมีสตินั้น จุดมุ่งหมายก็เพื่อทำให้เขาเข้าใจถึงนรกกับสวรรค์ตัวจริงนั่นเอง

           จากนี้จะเห็นได้ว่า นรกกับสวรรค์อยู่ใกล้แค่จิตระลึกถึงเท่านั้นยามใดที่จิตผ่องแผ้ว อิ่มเอิบไปด้วยความเมตตา ความปีติยินดี ยามนั้น โลกก็คือสวรรค์ ยามใดที่จิตหงุดหงิด เต็มไปด้วยโลภะ โมหะ ความคับแค้นขุ่นข้องหมองมัว ยามนั้น โลกก็คือนรก

           โลกมนุษย์เป็นทั้งสวรรค์และนรก คนบางคน มีชีวิอยู่อย่างไร้ทุกข์กังวล ทำตัวสบายๆ มีชีวิตอย่างอิสระ เป็นธรรมชาติมาก ชีวิตของเขาก็เปรียบเสมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ คนบางคน จิตใจสลดหดหู่ แม้จะยังมีลมหายใจอยู่ในโลกในี้ แต่ตัวก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น

           ถ้าหากมนุษย์ส่วนใหญ่มีจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความเมตตาปราณี โลกใบนี้ก็จะกลายเป็นสวรรค์ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากมนุษย์มีแต่ความทุกข์ยาก เจ็บปวด ทรมาน จิตใจมีแต่ความเคืองแค้นโลภโมโทสัน โลกใบนี้ก็จะกลายเป็นนรก

           ความคิดจิตใจและพฤติกรรมทีแตกต่าง คือสิ่งที่ทำให้เราขึ้นสวรรค์หรือตกนรก

           อยากขึ้นสวรรค์หรืออยากตกนรก ก็สุดแล้วว่าเราจะเลือกเอา


comments