ช็อกโลกยึดแชมป์ แลนซ์ อาร์มสตรอง แบนตลอดชีพปิดตำนานปั่นตูร์ เดอ ฟร้องซ์

ช็อกโลกยึดแชมป์ แลนซ์ อาร์มสตรอง แบนตลอดชีพปิดตำนานปั่นตูร์ เดอ ฟร้องซ์
เรื่องของ แลนซ์ อาร์มสตรอง เป็นแนวทางชีวิต

กลายเป็นเรื่องดรามาไปเสียแล้ว สำหรับการต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของ แลนซ์ อาร์มสตรอง ตำนานแชมป์จักรยานทางไกล ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ 7 สมัยติดต่อกัน เมื่อกลับกลายเป็นว่า ''แลนซ์'' ต้องโดนริบแชมป์ทั้งหมด และถูกแบนการแข่งขันจักรยานตลอดชีวิตเลยทีเดียว หลังจากนักปั่นวัย 40 ปีประกาศขอเลิกต่อสู้ข้อกล่าวหาใช้สารกระตุ้นของทางองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นสหรัฐอเมริกา (ยูเอสเอดีเอ) 

        ทั้งนี้  แลนซ์  ซึ่งเป็นไอดอล และเป็นแรงบันดาลของคนทั่วโลกในฐานะนักต่อสู้ผู้รอดชีวิตจากโรคร้ายอย่าง ''มะเร็งต่อมลูกหมาก'' กลับท้อแท้หมดหวังที่จะยุติการต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเอง ได้ให้เหตุผลการไม่ขอต่อสู้กับองค์กร ยูเอสเอดีเอ ว่า เขารู้สึกเหนื่อยหน่ายและเบื่อสุดๆ ที่ต้องคอยพิสูจน์ตัวเองกับปัญหาพวกนี้มาตลอดอาชีพของเขา เขามีการใช้สารกระตุ้นระหว่างการแข่งขัน

        อาร์มสตรอง กล่าวว่า ''Enough is enough'' คือพอก็คือพอ หรือหมายถึงพอกันสักที เขาจะไม่ขอต่อสู้เรื่องนี้อีกแล้ว หลังจากแถลงการณ์ผ่าน Lancearmstrong.com เว็บไซต์ของเขา โดยระบุอีกว่า ''มาถึงจุดหนึ่งในชีวิตของคนทุกคนที่จะต้องบอกกับตัวเองว่า ''พอก็คือพอ'' สำหรับผมมันถึงเวลานั้นแล้ว ผมต้องรับมือกับข้อกล่าวหาว่าผมโกง, ผมโด๊ป และเอาเปรียบในการคว้าแชมป์ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ 7 สมัยของผม ตั้งแต่ปี 1999 จากนี้ผมจะเปิดหน้าต่อไป ผมจะไม่จมอยู่กับปัญหานี้อีกแล้ว ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็ช่างมัน'' 

        อย่างไรก็ดี นอกจากข้อกล่าวหาใช้สารกระตุ้นแล้ว ยูเอสเอดีเอ ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาโดยสภาของสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2000 ยังตั้งข้อหาแลนซ์ว่ามีส่วนสมรู้ร่วมคิดกับเพื่อนร่วมทีมในการปิดบังเรื่องการโด๊ปของเขาตลอดอาชีพนักปั่นจักรยานมาร่วม 14 ปี 

        หลังจากอดีตเพื่อนร่วมทีมแลนซ์ ถึง 5 ยอดนักปั่นรับสารภาพ และร่วมเป็นพยานว่ามีการใช้สารกระตุ้นจริงในระหว่างการแข่งขันจักรยานทางไกลที่ดังที่สุดในโลก ''ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ 2012'' อาทิ ไทเลอร์ แฮมิลตัน, จอร์จ ฮินเคพาย และ แฟร้งกี้ อันดรู ต่างยอมรับว่าเคยเห็นว่า แลนซ์ อาร์มสตรอง ใช้สารกระตุ้นจริง

        อย่างกรณีของ ไทเลอร์ แฮมิลตัน อดีตเพื่อนร่วมทีม ยูเอส โพสทัล เคยเปิดเผยเมื่อปี 2011 เอาไว้ว่า ''ผมเห็นสารกระตุ้นเอริโธรพอยเอติน (อีพีโอ) ในตู้เย็นของเขา และผมก็เคยเห็นเขาฉีดมันมากกว่าหนึ่งครั้ง เหมือนกับที่พวกเราทั้งหมดเคยทำกัน''  

        โดยทางด้าน ยูเอสเอดีเอ ระบุในจดหมายที่ส่งถึง อาร์มสตรอง ว่ามีตัวอย่างเลือดของเขาระหว่างปี 2009-2010 ที่ระบุชี้ชัดว่ามีการใช้สารกระตุ้น และมีอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างน้อย 10 คน ที่จะเป็นพยานว่าเขาใช้สารกระตุ้นในศึกตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ระหว่างปี 1999-2005

        ขณะเดียวกันทางทีมทนายของ อาร์มสตรอง พยายามต่อสู้ว่า ยูเอสเอดีเอ เก็บหลักฐานด้วยการข่มขู่นักปั่นจักรยานว่าจะทำลายอาชีพของพวกเขา ถ้าหากไม่ตกลงเป็นพยานให้ พร้อมกับอ้างว่ากฎของยูเอสเอดีเอ ละเมิดสิทธิลูกความของเขาในการต่อสู้คดีอย่างไม่ยุติธรรม ซึ่งอันที่จริงไม่น่าจะมีอำนาจในการตั้งข้อหากับ อาร์มสตรอง แม้แต่น้อย 

        นอกจากนี้ ทีมทนายของ อาร์มสตรอง เชื่อว่าสหภาพจักรยานนานาชาติ น่าจะเป็นองค์กรที่มีอำนาจในการดำเนินคดีในข้อกล่าวหานี้มากกว่า พร้อมกับร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกความ

        โดยล่าสุดทีมทนายของฮีโร่ชาวอเมริกัน เปิดเผยว่า ''แลนซ์ อาร์มสตรอง ในวัย 40 ปี ต้องผ่านการตรวจสารกระตุ้นมาทั้งหมด 500-600 ครั้งตลอดอาชีพของเขา มันนับเป็นการตรวจจำนวนมากกว่านักกีฬาคนใดในประวัติศาสตร์ ทุกอย่างเหมือนจะเอาผิดกับเขาให้ได้''  

        ขณะที่ แอนนี่ สกินเนอร์ โฆษกหญิงของ ยูเอสเอดีเอ เปิดเผยว่าจะมีการยึดแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ทั้ง 7 สมัยของ แลนซ์ อาร์มสตรอง และแบนเขาจากการแข่งขันกีฬาจักรยานอาชีพตลอดชีวิต  

        ส่วน เทรวิส ไทการ์ด ซีอีโอของยูเอสเอดีเอ ระบุว่า ''มันเป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับพวกเราทั้งหมด ที่รักกีฬาจักรยาน และชื่นชอบในนักกีฬาฮีโร่ของเราคนนี้ เขาทำให้คนจำนวนมากหัวใจสลาย''

        ''นี่เป็นการทำลายวัฒนธรรมของกีฬา ตัวอย่างเลือดของเขาแสดงผลชัดเจนว่าใช้สารกระตุ้น การเลิกต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเองครั้งนี้ทำให้คนทั่วโลกไม่เข้าใจว่าทำไม ในเมื่อโรคร้าย เขายังผ่านมันมาได้ แต่ถ้าหากเขาบริสุทธิ์ก็ต้องต่อสู้ต่อไป'' 

        ความเป็นนักต่อสู้จนพิชิตโรคร้ายของแลนซ์ และการเป็นยอดนักปั่นทำให้สามารถก่อตั้งมูลนิธิ แลนซ์ อาร์มสตรอง เพื่อให้การสนับสนุน วิจัยค้นคว้ามะเร็ง และเตือนให้ผู้คนตระหนักเรื่องมะเร็ง จะได้ตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้เขายังริเริ่มการออกสายรัดข้อมือ (Wristband) ที่สลักคำว่า ''Livestrong'' (หมายความว่า มีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง) เพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งผ่าน มูลนิธิ แลนซ์ อาร์มสตรอง ซึ่งตอนนี้มีกองทุนเงินมากถึง 500 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 15,500 ล้านบาท) นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 1997 

        ทางฝั่ง จอห์น ฟาฮีย์ หัวหน้าองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้น เปิดเผยว่า ''การตัดสินใจของ แลนซ์ อาร์มสตรอง ที่จะไม่ต่อสู้เรื่องข้อกล่าวหาใช้โด๊ปจะนำมาสู่ข้อหาเดียวคือเขาตบตาคนอื่น หลอกลวงคนอื่น เขาใช้สารกระตุ้นจริงๆ เขาควรถูกริบแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ทั้ง 7 สมัย'' 

        ''ผมจะไม่พยายามที่จะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ผมสามารถหาข้อสรุปได้อย่างเดียวก็คือ เขาใช้สารกระตุ้น นี่คือความเข้าใจของผม ในเมื่อหลักฐานและพยานชี้ชัดว่าแชมป์ทั้งเจ็ดสมัยได้มาแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดควรถูกริบคืนไป และนำรองแชมป์ใน 7 ปีนั้นขึ้นมาเป็นแชมป์แทน'' 

        อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ แลนซ์ อาร์มสตรอง ยังถือว่าเขาบริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาดังกล่าวอยู่ เพราะแถลงการณ์ที่ส่งกลับไปให้ยูเอสเอดีเอ ยืนยันว่าเขาไม่มีความผิด และไม่ได้โด๊ปเลย เพียงแต่หมดความอดทนที่จะต้องพิสูจน์สิ่งที่เขาไม่ได้กระทำเลย

                           

 

ประวัติของ แลนซ์ อาร์มสตรอง

        แลนซ์ อาร์มสตรอง (Lance Armstrong) เกิดวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1971 ที่รัฐเทกซัส เป็นนักปั่นจักรยานชาวอเมริกัน รักการเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ โดยเริ่มหัดว่ายน้ำ และวิ่งตั้งแต่อายุ 10 ขวบ พออายุ 13 ก็ลงแข่งขันไตรกีฬา (กีฬา 3 ชนิดคือ วิ่ง, ว่ายน้ำ และขี่จักรยาน) และเป็นนักไตรกีฬาระดับชาติระหว่างเรียนชั้นมัธยมปลาย จนกระทั่งทีมงานพัฒนานักกีฬาโอลิมปิกของสหรัฐฯ ชวนให้เข้าค่ายฝึก ก่อนที่จะเอาจริงเอาจังกับการขี่จักรยานกีฬาที่ชอบที่สุดจึงออกจากโรงเรียน และจ้างครูมาสอนพิเศษแทน 

        จากนั้น แลนซ์ อาร์มสตรอง ก็ตระเวนแข่งจักรยานระดับนานาชาติหลายรายการ จนได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติสหรัฐฯ ลงแข่งขันโอลิมปิก ทั้งที่ บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตแลนตา (สหรัฐอเมริกา) และ ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย)  ก่อนที่จะเข้าแข่งขันจักรยานตูร์ เดอ ฟร้องซ์ (Tour de France) ครั้งแรกเมื่ออายุ 19 ปี แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ 

        จนกระทั่งวัยเพียง 25 ปี แลนซ์มีอาการเจ็บลูกอัณฑะ ตอนแรกเขาคิดว่าแค่เป็นอาการอักเสบจากการฝึกซ้อมหนัก แต่อาการดังกล่าวเรื้อรังอยู่ประมาณ 5 เดือนครึ่ง แลนซ์ จึงไปหาหมอ และพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งที่ลูกอัณฑะ ไม่เพียงเท่านั้น มะเร็งยังลามไปที่ช่องท้อง ปอด และต่อมน้ำเหลือง ทำให้ต้องผ่าตัดอัณฑะข้างขวาทิ้ง หลังจากนั้น อาร์มสตรอง ก็เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร ควบคู่ไปกับการทำเคมีบำบัด ตอนนั้นแพทย์ค่อนข้างมั่นใจว่าแลนซ์จะหายจากมะเร็ง 

        แต่ทว่าโชคชะตาเล่นตลก แลนซ์ ถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอกที่สมองด้วย โอกาสที่จะหายลดลงไปอีก จนเขาเข้าผ่าตัดเนื้องอกในสมอง และทำเคมีบำบัดอีกหลายครั้ง ก่อนที่จะรักษาหายขาด ซึ่งการต่อสู้โรคร้ายทั้งหมด แลนซ์ ใช้เวลา 1 ปีกับอีก 4 เดือน ที่น้อยคนจะทำได้สำเร็จ แต่เขาทำได้

        ในปี 1999 ยูเอส โพสทัล (US Postal) ให้โอกาสส่งแลนซ์ลงแข่งขันพร้อมกับให้เงินสนับสนุน ซึ่งเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเกินคาด เพราะแลนซ์ คว้าแชมป์ ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ครั้งแรก พร้อมกับทำลายสถิติเดิม จนกระทั่ง แลนซ์ ทำสถิติเป็นตำนาน ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ คว้าแชมป์เจ็ดสมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 1999, 2000, 2001, 2002, 2003, 2004, และ 2005  

ทุกอย่างมีเริ่มก็ต้องมีจบ  มีสุขย่อมมีทุข์ จงมีสติ..


comments