10 อันดับประเทศที่ใช้จักรยานมากที่สุด

10 อันดับประเทศที่ใช้จักรยานมากที่สุด
เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมามีการจัดอันดับ 10 ประเทศใช้จักรยานมากสุด โดยเทียบจำนวนจักรยานกับจำนวนประชากร ดังนี้

อันดับ 1 ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีประชากร 16.6 ล้านคน มีจักรยาน 16.5 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 99.1

อัมสเตอร์ดัม Amsterdam เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปั่นจักรยานมากที่สุด จนถูกขนานนามว่า เมืองหลวงจักรยานของโลก

ที่เมืองนี้ จักรยานไม่ใช่สินค้าแฟชั่น ไม่ใช่เครื่องมือออกกำลังกาย  แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นเมืองที่มีคนปั่นจักรยานวันละกว่า 300,000 คน มีจักรยานมากกว่าประชากร มีจักรยานมากกว่ารถยนต์ 4 เท่า และทุกหนทุกแห่งมีแต่จักรยานครับ

ความปลอดภัยของการเดินทางด้วยจักรยาน เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานและทัศนคติที่ดีของผู้คนที่ใช้ทางร่วมกัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่นี่ปั่นจักรยานกันทั้งนั้น พวกเค้าจึงเข้าใจคนที่ปั่นจักรยานดีครับ

ทุกหนทุกแห่งในอัมสเตอร์ดัม มีลานจอดรถจักรยาน  ที่เติมไฟฟ้าสำหรับจักรยานไฟฟ้า สูบลมฟรี และการบริการซ่อมแซมเหล่านี้กลายเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานของชาวเนเธอร์แลนด์

ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีโครงสร้างระบบทางจักรยานที่สมบูรณ์ ทั้งเลนจักรยาน สะพานข้ามลอด ทางร่วมทางแยก และที่จอดจักรยานอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้านหรือที่สถานีรถไฟ จึงไม่แปลกที่คนที่นี่จะนิยมการปั่นจักรยาน

 

อันดับ 2 ประเทศเดนมาร์ก มีประชากร 5.5 ล้านคน มีจักรยาน 4.5 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 80.1

โคเปนเฮเกน เมืองหลวงแห่งจักรยาน พลังงานสะอาด และอาหารออร์แกนิก

วามพยายามของโคเปนเฮเกน (Copenhagen) เมืองหลวงแห่งประเทศเดนมาร์ก ในการที่จะลดร่องรอยคาร์บอนที่เมืองเคยสร้างไว้ลงให้ได้ 20% ภายในปีค.ศ.2015 นั้น ได้ส่งผลให้โคเปนเฮเกนไต่ขึ้นอันดับเมืองสีเขียว (Green City) ของโลกจากการจัดอันดับของหลายสถาบัน และสำหรับการจัดอันดับครั้งล่าสุดโดยศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมลอสแอนเจลิส มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย โคเปนเฮเกนก็ไปคว้าตำแหน่งเมืองสีเขียวอันดับ 10 มาได้อีกครั้ง โดยคณะกรรมการเล็งเห็นถึง “คุณลักษณะสีเขียว” ที่โดดเด่นของเมืองๆ นี้ในหลายแง่มุม

 

 ความเป็นเมืองหลวงแห่งจักรยานและการออกแบบผังเมืองเพื่อรองรับนักปั่น 
ดูท่าว่าโคเปนเฮเกนจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งจักรยานไปแล้วอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะในปัจจุบัน 40% ของผู้คนที่อาศัยในเมืองนี้ขี่จักรยานไปทำงาน ไปโรงเรียน ฯลฯ ถึงขนาดมีระยะทางวิ่งรวมกันต่อวันอยู่ที่ 1.1 ล้านกิโลเมตร ซึ่งทางผู้บริหารเมืองก็เผยว่า ภายในปีค.ศ.2015 พวกเขาจะทำการรณรงค์ให้ชาวเมืองหันมาใช้จักรยานเพิ่มขึ้นเป็น 50% ให้ได้ อย่างไรก็ดีเมืองโคเปนเฮเกนค้นพบว่า การเพิ่มจำนวนและระยะทางของเลนจักรยานนั้นยังไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีพอที่จะทำให้คนเมืองหันมาเสพติดการขี่จักรยานได้ ความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่ต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญ ล่าสุดโคเปนเฮเกนจึงทำการปรับปรุงถนนที่มีอยู่เดิมให้ตอบรับกับวิถีของนักปั่นจักรยานมากขึ้น เช่น

- มีเลนจักรยานที่ทาสีฟ้าบนถนนกว่า 300 กิโลเมตรรอบเมือง ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุให้กับนักปั่นมือใหม่และเด็กๆ

- เพิ่มตำแหน่งการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรที่ระดับสายตาของนักปั่นโดยเฉพาะ

- จัดให้มีจักรยานสาธารณะบริการฟรี 2000 คัน โดยมีจุดจอดในตัวเมืองถึง 110 จุด พร้อมมีระบบการยืมขี่และจอดคืนที่สะดวกง่ายดาย

 

อันดับ 3 ประเทศเยอรมนี มีประชากร 81 ล้านคน และมีจักรยาน 62 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 75.8

ประเทศเยอรมนี ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีผู้ใช้จักรยานมากที่สุด โดยอยู่ที่อันดับ 3 ของโลก เมื่อเทียบสัดส่วนจำนวนจักรยานกับประชากร

ไบค์เลน (bike lane) หรือทางสำหรับจักรยานของที่นี่นั้นครอบคลุมเกือบถนนทุกสาย ไม่เว้นแม้กระทั่งเมืองเล็กๆในเขตชนบท ที่มีบ้านเรือนไม่กี่หลัง ก็ยังมีไบค์เลน

นอกจากนี้ยังมีระบบไฟจราจรที่ทำงานสัมพันธ์ระหว่างถนนหลัก,ไบค์เลนและทางม้าลาย จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ใช้รถ ใช้จักรยานและทางเท้าครับ

นส่วนของระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ก็มีระบบรองรับการใช้งานร่วมกับจักรยานด้วย เช่น รถไฟที่มีตู้โดยสารสำหรับผู้ใช้จักรยาน จึงไม่แปลกที่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เราจะเห็นชาวเบอร์ลินหิ้วจักรยานใส่รถไฟ เพื่อนำออกไปปั่นเล่นนอกเมือง

สิ่งที่ควรจำเมื่อมาอย่าไปเดินขวางเส้นทางจักรยานที่นี่ เพราะคุณอาจจะโดนบีบแตรใส่หรือตะโกนไล่ทันที เพราะที่นี่ เขาตีเส้นแบ่งเขตระหว่างทางจักรยานและทางเท้าชัดเจนอยู่แล้ว

 

อันดับ 4 ประเทศสวีเดน มีประชากร 9.4 ล้านคน มีจักรยาน 6 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 63.7

เมืองแห่งจักรยานของสวีเดน (The city where bicycles dominate): สิ่งหนึ่งที่มักจะหายไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโครงสร้างขึ้นพื้นฐานของเมืองคือช่องทางปั่นจักรยาน (cycling lane) ที่หายไป แต่สำหรับเมืองลุนด์แล้วอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น การเติบโตและการขยายตัวของเมืองกลับมีเพื้นที่สำหรับจักรยานเพิ่มมากขึ้น


การปั่นจักรยานจึงดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวเมืองที่นี่ไปแล้ว โดยเทศบาลเมืองได้ปรับปรุงทางเดินเท้า (footpath) ปิดถนนหรือลานสแควร์หลายแห่งไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่าน ปรับปรุงและสร้างเส้นทางสำหรับจักรยานให้มากขึ้นรวมถึงเพิ่มพื้นที่จอดจักรยานในเมืองให้มากขึ้น

อันดับ 5 ประเทศนอร์เวย์ มีประชากร 4.9 ล้านคน มีจักรยาน 3 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 60.7

ด้วยความที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นเนินเขา มันจึงกลายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการขี่จักรยานที่นี่ รัฐบาลจึงมีการประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่า “ลิฟต์จักรยาน” ให้ประชาชนเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจร เจ้าลิฟต์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “แทรมป์” ถือเป็นลิฟต์จักรยานตัวแรกของโลก มันทำงานเหมือนกับการลากสกี โดยจะติดตั้งไว้ในจุดที่เป็นเนินเขาเมื่อขี่จักรยานมาถึงตรงนั้นมันก็จะช่วยยกจักรยานเราขึ้นโดยที่ไม่ต้องออกแรงปั่น

 

อันดับ 6 ประเทศฟินแลนด์ มีประชากร 5.3 ล้านคน มีจักรยาน 3.2 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 60.4

อันดับ 7 ประเทศญี่ปุ่น มีประชากร 127 ล้านคน มีจักรยาน 72.5 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 56.9

อันดับ 8 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีประชากร 7.7 ล้านคน มีจักรยาน 3.8 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 48.8

อันดับ 9 ประเทศเบลเยียม มีประชากร 10.8 ล้านคน มีจักรยาน 5.2 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 48

อันดับ 10 ประเทศจีน มีประชากร 1.4 พันล้านคน มีจักรยาน 5 ร้อยล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 37.2

ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ใช้จักรยาน 2.25 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 3.36

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ประเทศเหล่านี้มีสถิติคนใช้จักรยานมากสุด พบมาจากมาตรการของรัฐในการสนับสนุนส่งเสริมให้ประชากรปั่นจักรยาน อาทิ เนเธอร์แลนด์สร้างทางจักรยานรวมทั้งประเทศระยะทาง 35,000 กม. เดนมาร์กควบคุมความเร็วรถยนต์วิ่งในเมืองหลวงให้ไม่ต่างจากการปั่นจักรยานมากนัก และอีกหลายประเทศสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมปั่นจักรยานสะท้อนถึงรสนิยม แฟชั่น และแก้ปัญหารถติด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


comments