12 พฤติกรรมอันตรายที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ ถ้าไม่อยากป่วยก็เลี่ยงซะ

12 พฤติกรรมอันตรายที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ ถ้าไม่อยากป่วยก็เลี่ยงซะ
เราทุกคนต่างก็รักสุขภาพกันใช่ไหมคะ เพราะสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่เราก็ทำพฤติกรรมหลาย ๆ อย่าง ที่สุ่มเสี่ยงกับการทำร้ายสุขภาพกันแบบที่ไม่รู้ตัว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพฤติกรรมไหนที่มันไม่ดีกับสุขภาพของเรา งั้นเราก็ต้องไปดูกันค่ะ วันนี้เรามีตัวอย่างพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพแบบคาดไม่ถึงมาฝากจากเว็บไซต์ prevention.com ว่าเราเข้าข่ายทำร้ายสุขภาพตัวเองกันอยู่หรือเปล่า

1. วางแปรงสีฟันไว้ที่อ่างล้างมือ

    ไม่ใช่เจ้าอ่างล้างมือหรอกค่ะที่จะเป็นต้นเหตุของสิ่งสกปรก แต่เป็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องน้ำต่างหาก โดยเฉพาะเพื่อนใกล้เรือนเคียงอย่างเจ้าโถชักโครก ที่มีการศึกษาพบว่าเจ้าชักโครกมีเชื้อโรคและจุลินทรีย์เกาะอยู่ 3,200,000 ตัว ต่อตารางนิ้ว ! เยอะมากเลยใช่ไหมล่ะค่ะ แล้วถ้ายิ่งคุณกดน้ำชักโครกหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ เจ้าบรรดาเชื้อโรคเหล่านี้ก็จะลอยฟุ้งไปในอากาศ ไปเกาะตามบริเวณต่าง ๆ ในห้องน้ำรวมทั้งแปรงสีฟันที่คุณวางเอาไว้ตรงอ่างล้างมือ และหัวก๊อกอีกด้วย แล้วหลังจากนั้นก็พอจะนึกออกใช่ไหมคะว่ามันจะทำร้ายสุขภาพของคุณอย่างไรได้บ้าง ฉะนั้น ถ้าไม่อยากป่วย เก็บแปรงสีฟัน หรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการแปรงฟันอื่น ๆ เอาไว้ในตู้ที่แขวนเอาไว้ห่างจากชักโครกจะดีกว่านะ

2. อย่าวางกระเป๋าถือบนเคาน์เตอร์ครัว

   สาว ๆ หลายคนอาจจะเคยวางบรรดากระเป๋าและข้าวของต่าง ๆ ไว้ที่เคาน์เตอร์ครัวเป็นอย่างแรกหลังจากกลับมาจากข้างนอก แต่รู้หรือเปล่าคะว่า ก้นกระเป๋าถือของคุณสาว ๆ เนี่ย ก็สกปรกไม่แพ้กับถังขยะเลยล่ะค่ะ เพราะว่าก้นกระเป๋าของเราที่สัมผัสกับพื้นต่าง ๆ มีเชื้อโรคมากกว่า 10,000 ตัวต่อตารางนิ้ว ! ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าเรามักจะเอากระเป๋าวางไว้ที่ต่าง ๆ เวลาต้องทำธุระอย่างเช่นล้างมือในห้องน้ำสาธารณะ หรือ บนโต๊ะอาหารในร้านอาหาร หรือจะวางบนพื้นรถประจำทางเพราะว่าหนัก และการที่เราเอากระเป๋าไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ในครัวซึ่งเป็นบริเวณเตรียมอาหารก็จะทำให้เชื้อโรคย้ายจากกระเป๋าไปอาศัยบนเคาน์เตอร์ และเมื่อเราเตรียมอาหาร เจ้าเชื้อโรคเหล่านั้นก็จะเข้าสู่อาหารของเรา ทำให้อาหารไม่สะอาดและเสี่ยงอาหารเป็นพิษได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าหากเป็นไปได้ก็ควรจะวางกระเป๋าถือเอาไว้ที่อื่นที่ไกลจากครัวจะดีที่สุดค่ะ

3. ดูทีวีขณะทานอาหาร

    การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการดูทีวีขณะรับประทานอาหารเป็นสาเหตุทำให้มีรอบเอวที่หนาขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเวลาที่เราดูทีวี เราจดจ่ออยู่กับมันจนรับประทานอาหารเข้าไปเยอะโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการรับประทานของว่างในขณะดูทีวี อย่างเช่นกินป็อปคอร์นขณะดูหนัง ยิ่งสนุก ยิ่งลุ้น เราก็ยิ่งหยิบมันเข้าปากไม่หยุด จนในที่สุดคุณก็อ้วน เพราะฉะนั้นเปลี่ยนใหม่ค่ะ ปิดทีวีซะ แล้วนั่งรับประทานอาหารให้หมดเสียก่อน แล้วค่อยลุกไปดูทีวีในห้องนั่งเล่นนะคะ

4. ยืนอยู่ด้านหน้าหรือตรงกลางเมื่อเข้าคลาสฟิตเนส

   มีหลายคนที่คิดว่าการที่เรายืนอยู่ข้างหน้า หรือกลางห้อง เพื่อที่จะได้ดูท่าทางของตนเองในเวลาออกกำลังกาย ช่วยให้เราออกกำลังกายได้ถูกต้อง แต่ที่จริงแล้วการที่เรายืนอยู่ตรงบริเวณที่เราสามารถเห็นตัวเองได้ชัด คนอื่นก็จะมองเห็นเราได้ชัดเช่นกัน ซึ่งนั่นจะทำให้เราเกิดความกังวลและไม่สามารถออกกำลังกายได้เต็มที่เหมือนคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เพราะกลัวว่าตัวเองจะเต้นผิด และคนอื่นจะมอง ดังนั้น ถ้าหากคุณคิดจะออกกำลังกายจริง ๆ ละก็ เปลี่ยนไปอยู่ด้านหลังดีกว่าค่ะ

5. เวลาใช้ห้องน้ำสาธารณะมักจะเข้าห้องที่อยู่ตรงกลาง

   ใครที่ชอบเข้าห้องที่อยู่ตรงกลางต้องเปลี่ยนความคิดแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าเจ้าห้องที่อยู่ตรงกลางเนี่ยมีการวิจัยออกมาแล้วว่าเป็นห้องที่สกปรกมากที่สุดเลยล่ะ เพราะคนเรามักจะคิดว่าห้องแรกคนมักจะใช้บ่อย เลยทำให้ไม่เลือกห้องแรก แต่ไปเข้าห้องตรงกลางแทน ซึ่งเวลาที่ห้องทางซ้ายและขวาเข้าห้องน้ำเสร็จและกดชักโครก เชื้อโรคจากห้องน้ำทั้งสองด้านก็จะกระจายไปยังห้องตรงกลาง และเมื่อคุณสัมผัสกับบริเวณต่าง ๆ ในห้องน้ำห้องกลางเชื้อโรคก็จะติดตามคุณไปด้วยค่ะ

6. เก็บยาเอาไว้ในตู้ยา

    หลาย ๆ บ้านคงมีตู้ยากันใช่ไหมคะ อยากจะขอบอกเลยว่าทำเลในการวางตู้ยาก็ส่งผลต่อยา และสุขภาพได้เช่นกัน เพราะการวางตู้ยาในที่ที่ชื้นและไม่มีอากาศถ่ายเทจะทำให้คุณภาพยาเสื่อมลงได้ หรือแม้แต่อุณหภูมิที่ร้อนกว่าปกติก็ทำให้ยาในตู้เสื่อมสภาพได้เช่นกัน ดังนั้นควรจะหาที่วางตู้ยาที่อุณหภูมิพอเหมาะ แห้ง และมีอากาศถ่ายเทจะดีกว่านะคะ

7. อ่านหนังสือตอนกลางคืน

    การอ่านหนังสือก่อนนอนเป็นวิธีที่ช่วยทำให้เราหลับได้ง่ายขึ้น แต่การที่เราเปิดไฟสว่างมากเกินไปก็จะทำให้เราไม่สามารถหลับได้เช่นกัน เพราะการที่เราเปิดไฟสว่าง ๆ เพื่ออ่านหนังสือ แสงไฟจะไปชะลอการหลั่งของสารเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการนอนหลับ ทำให้คุณนอนไม่หลับถึงแม้จะอ่านหนังสือหมดเล่มแล้วก็ตาม ถ้าหากอยากให้หลับสบายขึ้นก็ลองหาไฟที่ส่องสว่างแค่เพียงตรงหนังสือที่คุณอ่าน อย่างเช่นโคมไฟเล็ก ๆ ที่สามารถหนีบกับหนังสือได้ แล้วปิดไฟในห้อง ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศให้คุณง่วงได้ไวขึ้นค่ะ

8. ใส่หูฟังในบริเวณที่มีเสียงดัง

    อาจจะดูขัดกับความรู้สึกไปเสียหน่อย แต่การใส่หูฟังเวลาที่อยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังก็ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควรค่ะ โดยเฉพาะถ้าหากคุณเปิดเพลงฟังไปด้วยล่ะก็ ลองคิดดูสิว่าเวลาอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง ๆ คุณจะต้องเปิดเสียงเพิ่มขึ้นขนาดไหนถึงจะได้ยินเพลงชัดเจน และนั่นก็จะส่งผลร้ายต่อหูของคุณในระยะยาวได้เลยล่ะ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ขาดเสียงเพลงไม่ได้ ก็ควรจะเปลี่ยนมาใช้หูฟังแบบที่ตัดเสียงรบกวนภายนอก หรือถ้าไม่จำเป็นก็หยุดฟังสักเดี๋ยวจนกว่าเสียงรอบข้างจะเบาลงก็ได้ค่ะ

9. แปะโพสต์อิทไว้ที่หน้าตู้เย็น

    การแปะโพสต์อิทไว้ที่หน้าตู้เย็น ถึงแม้จะช่วยกระตุ้นความจำของคุณได้แต่มันก็แค่เตือนความจำคุณเท่านั้น เมื่อคุณไม่ได้เห็นมันคุณก็ลืมสิ่งที่ต้องทำเหล่านั้นอยู่ดี เพราะฉะนั้นแทนที่คุณจะแปะกระดาษไว้ที่ตู้เย็นก็เปลี่ยนมาแปะบริเวณที่ใกล้กับสิ่งคุณต้องเห็นมันบ่อย ๆ หรือสิ่งที่คุณต้องทำ เช่น ถ้าจะต้องล้างรถ คุณอาจจะแปะโพสต์อิทเอาไว้ในรถ หรือตรงใกล้ ๆ ที่คุณวางกุญแจ จะทำให้คุณจดจำมันและสามารถทำมันได้โดยที่ไม่ลืมไปเสียก่อนค่ะ

10. เก็บเมล็ดกาแฟเอาไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง

     เรามักคิดว่าการนำอาหารต่าง ๆ แช่ไว้ในช่องแช่แข็งจะช่วยให้อาหารอยู่ได้นานขึ้นโดยเฉพาะเมล็ดกาแฟ เพราะคิดว่าจะทำให้เมล็ดกาแฟนั้นยังสดใหม่อยู่เสมอ แต่ที่จริงแล้ว นอกจากมันจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันยังทำให้กาแฟเสียรสได้เลยอีกด้วย เพราะเมื่อนำเมล็ดกาแฟใส่ตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งและนำออกมา จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่ทำลายรสชาติและกลิ่นของมันไปโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่อยากให้เมล็ดกาแฟที่คุณชอบเสื่อมสภาพไว้ละก็ เก็บมันไว้ในตู้กับข้าวหรือหรือเก็บเอาไว้ใกล้ ๆ กับเครื่องชงกาแฟดีกว่านะ

11. ล้างผักในอ่านล้างจาน

      อ่างล้างจาน ถึงแม้ว่ามันจะถูกล้างด้วยน้ำและน้ำยาล้างจานอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะสะอาดเสมอไป โดยเฉพาช่องระบายน้ำที่เป็นที่สะสมของเชื้อโรคมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งบางทีก็อาจจะสกปรกกว่าห้องน้ำเสียด้วยซ้ำ การใช้กะละมังเล็ก ๆ ใส่น้ำล้างผักผลไม้จะช่วยให้ปลอดภัยได้มากกว่า แต่ถ้าไม่มีจริง ๆ ให้เอาผักผลไม้ไว้บนเคาน์เตอร์ครัวก่อน แล้วค่อย ๆ หยิบมันลงไปล้างโดยหยดด่างทับทิบลงไปด้วยเพื่อที่ผักและผลไม้จะได้สะอาดค่ะ

12. นอนคลุมโปงใต้ผ้าห่ม

      สงสัยกันใช่ไหมคะว่าทำไมใต้ผ้าห่มถึงอันตราย นั่นก็เป็นเพราะว่าร่างกายของเราจะระบายความร้อนออกมาทางมือและเท้า ซึ่งถ้าหากเรานอนคลุมโปงละก็ จะทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่เต็มที่ แล้วถ้ายิ่งสวมถุงเท้าเวลานอนหลับด้วยแล้ว จะทำให้เส้นเลือดบริเวณขาไหลเวียนได้ไม่เต็มที่ เพราะถูกยางยืดของถุงเท้ารัดเอาไว้ เพราะฉะนั้นอย่านอนคลุมโปง แล้วก็อย่าสวมถุงเท้าเวลานอน และควรเอาเท้าและมือออกมาไว้นอกผ้าห่มเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้อย่างเต็มไงล่ะ

      พฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพที่เราควรหลีกเลี่ยง แม้ว่าอาจจะทำไม่ได้ในทันทีแต่ก็ควรที่จะเริ่มทำทีละน้อยเพื่อเกิดความเคยชิน แล้วถ้าเกิดเราเกิดความเคยชินแล้วพฤติกรรมเหล่านี้ก็จะหายไป ซึ่งหมายความว่าสุขภาพของเราก็จะไม่พบกับความเสี่ยงด้วยยังไงล่ะ เอาล่ะ ได้เวลาเปลี่ยนกันแล้ว ลุยเลย

 

 

  

 

 


 

 


comments