อยากหน้าเด็กต้องหยุดทำ 8 ข้อนี้

อยากหน้าเด็กต้องหยุดทำ 8 ข้อนี้
ในปัจจุบันมีหลายสิ่งที่เราทำอยู่ในทุกๆ วัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวหนัง เราไปดูกันนะค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

1.หยุดยืนตากแดด

   ทุกนาทีที่เรายืนตากแดดแม้ว่าจะรู้สึกดีแต่มันจะค่อยๆทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินของคุณ คล้ายกับว่าคุณกำลังโยนเสื้อไหมพรมแคชเมียร์ชั้นดีลงในเครื่องอบแห้งโดยใช้ความร้อนสูง ผิวหนังของเราเปรียบเสมือนเส้นใยโปรตีนซึ่งบอบบางไม่ต่างอะไรจากเนื้อผ้า และเส้นใยคอลลาเจนกับอิลาสตินจะทำให้ผิวหนังของเรานุ่มและเรียบเนียน การตากแดดเป็นเวลานานจะทำให้โมเลกุลเหล่านี้กลายเป็นแป้งหยาบๆ และแสงแดดยังทำลายดีเอ็นเอของผิวหนังซึ่งอาจนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังได้ในที่สุด หากคุณชอบแดดฤดูร้อน ขอแนะนำให้ทาครีมกันแดด ส่วนในเวลากลางคืนหลังจากที่อาบแดดมาทั้งวันแล้ว ควรทาน้ำมันสูตรชะลอความแก่ลงบนใบหน้าเพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นในยามหลับ

2.หยุดรับประทานน้ำตาล เครื่องดืมและอาหารที่มีสารฟรุกโตสเข้มข้น

   ผลิตภัณฑ์ไขมันต่ำทั้งหลายมักมีน้ำตาลซ่อนเร้นอยู่ ซึ่งทำให้คุณน้ำหนักเพิ่มโดยไม่รู้ตัว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จะทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่นในเนื้อเยื่อของมนุษย์ ซึ่งหมายความว่ามันจะทำให้โมเลกุลเปราะบาง และหากผิวหนังกับหลอดเลือดเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาลมันก็จะยิ่งเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและโมเลกุลที่ต้านการอักเสบโดยธรรมชาติ เช่น ผักคะน้า, โยเกิร์ต, ปลาเนื้อขาว, น้ำมันมะกอกและเสาวรส

3.หยุดทำคามสะอาดผิวหน้าเกินความจำเป็น

   หยุดได้แล้วกับการขัดถูผิวหน้าหรือการบำรุงผิวที่มากจนเกินไป เพียงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อชะลอความแก่สูตรอ่อนโยนก็ทำให้ผิวพรรณสะอาดผ่องใสได้แล้ว แถมยังไม่ต้องสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติไปอีกด้วย และที่สำคัญอย่าลืมทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทุกครั้งหลังล้างหน้าด้วยนะ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ

4.เลิกออกกำลังกายแบบหักโหมได้แล้ว

   การลดน้ำหนักแบบฮวบฮาบและการออกกำลังกายมากเกินไปจะเป็นการทำร้ายใบหน้าและร่างกายของคุณ ดังนั้นควรทำแต่พอดีไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือการรับประทานอาหาร หากหักโหมมากเกินไปร่างกายของคุณจะเครียดและระดับคอร์ติซอลในร่างกายก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ดูซูบซีดและอ่อนเพลีย การวิ่งจ็อกกิ้งหรือปั่นจักรยานมากเกินไปจะทำให้ไขมันที่สะสมบริเวณใบหน้าหายไปและทำให้คุณดูซูบผอมหรือหย่อนคล้อย

5.พักผ่อนซะบ้าง

   การนอนหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายและผิวของคุณจะได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง เมื่อไรก็ตามที่เรานอนน้อยเกินไป ผิวของเราจะซีดเซียวและปรากฏรอยคล้ำบริเวณใต้ตา เซลล์ผิวหนังของเราก็ต้องการพักผ่อนไม่ต่างจากกล้ามเนื้อ คนส่วนใหญ่ที่อายุต่ำกว่า 60 ปีควรนอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมง ขอแนะนำสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเครียด เช่น ชาคาโมมายล์, แสงเทียน, การออกกำลังกายเบาๆในช่วงเย็น และอย่ารับประทานอาหารดึกจนเกินไป ซึ่งจะช่วยทำให้นอนหลับสนิทและสบายยิ่งขึ้น การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความงาม และการทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์สูตรผสมเชียนัทบัทเตอร์ในตอนกลางคืนก็จะยิ่งช่วยบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นมากขึ้นไปอีก

6.ยุติการขาดน้ำ ดื่มน้ำเยอะๆ

   ร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือนฟองน้ำ นึกถึงเวลาที่เอาฟองน้ำจุ่มลงไปในน้ำสิ มันจะนุ่มนิ่มและกลับมามีชีวิตชีวาทันที เนื้อเยื่อและผิวหนังของเราก็ต้องการน้ำเพื่อรักษาศักยภาพการทำงานของเซลล์ ผิวที่ขาดน้ำจะสูญเสียความยืดหยุ่นซึ่งทำให้เราดูแก่และเหนื่อยล้า ขณะเดียวกันหากดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอก็จะทำให้เราดูดีและรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งดวงตาและผิวพรรณก็จะดูผ่องใส เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆด้วย

7.หันมาสนใจเทคโนโลยีบ้างก็ดีนะ

   ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากลดอายุตัวเองลงสัก 5-10 ปี แต่ไม่ยอมลองการยิงเลเซอร์หรือฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ แม้การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพจะช่วยชะลอความแก่ได้บ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะคงสภาพให้คุณดูเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนได้อย่างแน่นอน เราสามารถหลีกเลี่ยงการศัลยกรรมและลองใช้เทคโนโลยีต่างๆที่มีผลในระยะสั้นๆได้ เช่น Ulthera, Coolsculpting, Botox และ Restylane ซึ่งจะช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ไม่ต้องห่วงเพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ผลดีเชียวล่ะ และที่สำคัญคือมันปลอดภัยกว่าการศัลยกรรมอย่างแน่นอน

8.เลิกซื้อผลิตภัณฑ์ประทินผิวแบบมั่วๆสักที

   บ่อยครั้งที่หลายคนซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบมั่วๆ ทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจสักที สาเหตุเกิดจากการขาดความรู้ในการบำรุงผิวและชะลอความแก่อย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะมีกรดกลีเซอรีนเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นโทเนอร์, โลชั่น, ครีมทารอบดวงตา หรือไนท์ครีม สุดท้ายแล้วเมื่อเรารับส่วนประกอบที่มีอยู่ในครีมบำรุงมากเกินไปอาจจะทำผิวแห้งและอักเสบได้ ดังนั้นควรขอคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังในการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล


comments