15 แลนด์สเคปสวยสุดในโลก โอ้ว้าว !! มีด้วยหรือ ?

15 แลนด์สเคปสวยสุดในโลก โอ้ว้าว !! มีด้วยหรือ ?
OOP !! เรารู้จักสถานที่เหล่านี้กันหรือยัง มันมีจริงๆนะ ในโลกของเรา สวยเกินคำบรรยาย ครั้งหนึ่งในชีวิตควรไปเยือน ตามไป"ดูมันส์"กันเลย.....

   ธรรมชาติที่สรรค์สร้างสีสันเป็นสิ่งที่เห็นกี่ครั้ง ก็ยังรู้สึกได้เลยว่า สุดยอด !!! นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์แล้ว ยังเป็นงานศิลปะชิ้นเอกของโลก DOMUNZ.COM ขอพาไปโกอินเตอร์ ชื่นชมฝีมือของธรรมชาติ เรียกได้ว่าอย่าได้กระพริบตากับ 15 สถานที่ที่กำลังจะเห็นต่อไปนี้ทั่วโลก

1.   Dallol : เอธิโอเปีย Dallol เป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย และได้รับการบันทึกว่าเป็นสถานที่ร้อนที่สุดในโลกที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 34 องศาเซลเซียส ที่นี่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณูปโภคใดๆ มีเพียงคาราวานอูฐที่เดินทางเข้าไปเพื่อทำเหมืองเกลือเท่านั้น และมีบ่อน้ำพุร้อนซึ่งเป็นน้ำเค็มจากเกลือ และแร่ธาตุต่างๆ ตกผลึก จนกลายเป็นพาเลตสีสันต่างๆ อย่างน่ามหัศจรรย์

2.   Lake Hillier : ออสเตรเลีย Lake Hillier หรือ ทะเลสาบสีชมพู เป็นทะเลสาบน้ำเค็ม ตั้งอยู่ในเกาะบนเกาะมิดเดิ้ล ไอส์แลนด์ของประเทศออสเตรเลีย แปลกประหลาดล้ำตรงที่ว่าน้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีชมพูเหมือนนมสตรอเบอร์รี่มิลค์เชค แตกต่างจากทะเลสาบสีชมพูแห่งอื่นๆ ตรงที่น้ำในทะเลสาบเป็นสีชมพูจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการตะกอน แสงสะท้อน หรือสาหร่ายในน้ำ เมื่อตักน้ำในทะเลสาบฮิลลิเออร์มาใส่ขวดก็จะได้น้ำสีชมพูใส และจะเป็นสีชมพูอยู่อย่างนี้ตลอดไปจนนักวิทยาศาสตร์อึ้งไปตามๆ กัน ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะแบคทีเรียที่อยู่ในเกล็ดของเกลือนั่นเอง

3.   Caño Cristales River : โคลอมเบีย ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแม่นำที่สวยที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะเป็นแม่น้ำที่มีถึง 5 สีด้วยกัน ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนธันวาคมนั้น สาหร่ายหลากสีสันที่อยู่ด้านล่างของแม่น้ำพร้อมใจกันเติบโตมีทั้ง สีแดง สีน้ำเงิน เขียว ดำ และสีเหลือง แม่น้ำ Caño Cristales River นั้นตั้งอยู่ใกล้เมือง La Macarena ซึ่งไม่มีถนนเข้าถึง การเดินทางไปชมแม่น้ำสีรุ้งนี้ต้องขี่ม้าเข้าไปเท่านั้น แค่วิธีเดินทางก็น่าตื่นเต้นแล้ว !!!

4.   Danxia Landform : จีน ภูเขาสีรุ้ง หรือ ภูเขาหลากสีในเขตมณฑลกันซู่ ประเทศจีน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่สรรสร้างด้วยฝีมือธรรมชาติโดยแท้ ภาพภูเขหลากหลายสีสันตรงนี้เกิดจากการตกตะกอนของหินทราย และแร่ธาตุในบริเวณนี้ทับถมกันมานานกว่า 24 ล้านปีนั่นเอง

5.   Grand Prismatic Spring : อุทยานแห่งชาติ Yellow Stone สหรัฐอเมริกา Grand Prismatic Spring เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เป็นใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีควาวมร้อนถึง 188 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งน้ำสีฟ้าที่อยู่ตรงกลางของบ่อน้ำพุร้อนเป็นจุดที่ร้อนที่สุด สีต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งสีแดง สีเหลือง สีส้ม คือ สีที่เกิดขึ้นจากแบททีเรียซึ่งเติบโตบริเวณรอบๆ น้ำพุร้อน แต่ตัวน้ำพุร้อนเองนั้นเป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ 

6.   Lake Natron : แทนซาเนีย ทะเลสาบน้ำเค็มสีแดงสดแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแทนซาเนีย ซึ่งเป็นแหล่งรองรับน้ำจากแม่น้ำ Ewaso Ng’iro ในประเทศเคนย่า และมีธารน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุไหลผ่าน ตัวการที่ทำให้ทะเลสาบเป็นสีแดงนี้มาจากไซยาโนแบคทีเรียนั่นเอง และนอกจากนี้น้ำในทะเลสาบยังมีพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตอีกด้วย ด้วยความเป็นด่างสูงทำให้ซากสัตว์ทั้งหมดในบริเวณนี้ล้วนแล้วแต่มีลักษณะคล้ายถูกสต๊าฟไว้ แห้ง และแข็งเป็นหิน 

7.   Lake Baikal Ice : ไซบีเรีย รัสเซีย ด้วยความลึกถึง 1,600 เมตร ทำให้ Lake Baikal Ice เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก และน้ำในทะเลสาบแห่งนี้เรียกได้ว่าบริสุทธ์ที่สุดในโลกเช่นกัน แต่มีเพียง 20% เท่านั้นที่ไม่เป็นน้ำแข็ง

8.   Tulip Fields : Lisse เนเธอร์แลนด์ ทุ่งดอกทิวลิปในเนเธอร์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นทุ่งดอกไม้แห่งยุโรป หลายร้อยกี่หลายพันไร่ที่นี่เต็มไปด้วยทิวลิป หากมองจากภาพมุมสูงจะเหมือนว่าพื้นดินตรงที่ปลูกดอกไม้เป็นพรมชั้นดีที่มีสีสันหลากหลายสดใสตระการตา ที่นี่นอกจากเป็นแหล่งปลูกดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ยังเป็นแหล่งค้าขายดอกไม้ส่งออกทั่วโลกเป็นอันดับ 1 ของโลกทีเดียว 

9.   Fly Geyser : เนวาดา สหรัฐอเมริกา น้ำพุร้อนแห่งนี้ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติซะทีเดียว แต่เกิดจากนักขุดเจาะพยายามทำบริเวณนี้ให้เป็นแหล่งน้ำ แต่ว่าทำไม่สำเร็จจึงล้มเลิกไปที่ตรงนี้เลยกลายเป็นที่ร้างคน บวกกับความบังเอิญที่ตรงจุดนั้นมีความร้อนจากใต้พิภพ และมีแรงดัน ทำให้เกิดน้ำพุขึ้นมา และบริเวณรอบๆ มีแร่ธาตุ 

10.  Manarola Italy : หมู่บ้านริมผาเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่นอกจากจะคัลเลอร์ฟูลด้วยสีสันของน้ำทะเลสีครามและสีน้ำตาลอมเทาของหน้าผาแล้ว ยังเขียวขจีไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นมาปกคลุมหินผา และไม่ว่าจะเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสหรือในยามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว หมู่บ้านมาราโรลายังคงเปล่งประกายความสวยงามอยู่เสมอ แค่เห็นภาพยังสดชื่นขนาดนี้ ถ้าลองได้ไปเห็นของจริงละก็ บอกได้เลยว่างดงามเกินบรรยาย

11.  The Meteora monasteries Greece : สำนักสงฆ์เมทิโอร่า ตั้งอยู่ในเมืองเทสซารี ที่สำคัญในเมืองนี้ยังมีสำนักสงฆ์ตั้งอยู่กว่า 24 แห่ง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะไฮไลท์อยู่ที่สำนักสงฆ์เหล่านี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ซึ่งคุณต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันเพื่อเดินทางเข้าเยี่ยมชมความสวยงามของทิวทัศน์ และอย่าพลาดไปแวะเวียนไปที่ The Great Meteoron Monastery สำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดและยังมีความเก่าแก่ที่สุดนั่นเอง

12.  Poda Island Thailand : ถือเป็นความน่าภาคภูมิใจของไทย เพราะเกาะปอดะก็ถูกจัดให้เป็นสถานที่สุดฮอตในปี 2014 ด้วยเป็นเกาะที่มีความสวยงามของทิวทัศน์รอบด้าน อีกทั้งน้ำทะเลยังใสแจ๋วและมีทรายสีขาวนุ่มเท้า นักท่องเที่ยวจึงไม่พลาดที่จะมาเยือนเกาะปอดะ นอกจากนี้คุณยังสามารถแวะเวียนไปเที่ยวเกาะที่อยู่ใกล้เคียงได้โดยใช้เรือหางยาวหรือสปีดโบ๊ท



13.  Cape Town South Africa : เคปทาวน์ ถูกยกให้เป็นเมืองที่ต้องไปเยือนสักครั้งจากการจัดอันดับของ New York Times ความโดดเด่นของเคปทาวน์ยังอยู่ที่วิวสวย ๆ ของภูเขาเทเบิลที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเลซึ่งสามารถมองเห็นได้แต่ไกล นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวบริเวณภูเขาไลออนเฮดซึ่งมีลักษณะคล้ายหัวสิงโตที่ตั้งอยู่ริมทะเล ความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์เช่นนี้เองมันจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตในปี 2014 

14.  Ha Long Bay Vietnam : อ่าวฮาลอง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเวียดนาม มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ ด้วยความสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพทำให้อ่าวฮาลองถูกยกให้เป็นเป็นมรดกโลก จุดเด่นของอ่าวนี้ คือ มีเกาะหินปูนโผล่ขึ้นกระจาย ๆ ทั่วอ่าว ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ตารางกิโลเมตร นับเป็นความสวยงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น

15.  Plitvice Lakes National Park Croatia : เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ในโครเอเชีย มันประกอบไปด้วยน้ำตกขนาดใหญ่และทะเลสาบกว่า 16 แห่ง นอกจากนี้ยังมีความสมบูรณ์ด้านธรรมชาติและมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือในทะเลสาบหรือการเดินสำรวจป่าไม้สีเขียว และความสวยงามเช่นนี้เองที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนกว่า 1 ล้านคนต่อปี


comments