10 ประเทศแห่งความสุขที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือน

10 ประเทศแห่งความสุขที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือน
เว็ปไซต์ CNN เผยผลสำรวจประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก (World Happiness Report) โดยองค์การสหประชาชาติหรือ UN ควรหาโอกาสไปเยือนสักครั้ง.

เว็ปไซต์ cnn ได้เปิดเผยผลสำรวจประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก (World Happiness Report) จัดทำโดยองค์การสหประชาชาติหรือ UN ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของอายุขัยที่ยาว รายได้ จีดีพีต่อหัว การสนับสนุนทางสังคม ผู้คนจิตใจดี อิสระที่จะทำสิ่งต่างๆ และการคอรัปชั่นที่น้อย ส่วนใหญ่แล้วประเทศเหล่านี้จะอยู่แถบสแกนดิเนเวียน DOMUNZ.COM จะพาไปดูว่ามีที่ไหนบ้าง

1. Denmark ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกเมื่อปี 2013 และสถานที่ที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ Tivoli Gardens เป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 10 เมษายนนี้เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ สถานที่อีกแห่งหนึ่งคือ King’s Garden ที่ Rosenborg Castle ซึ่งเหมาะสำหรับชาวท้องถิ่นไปปิกนิกในช่วงฤดูร้อนมาก

2. Norway การได้ทานอาหารที่กรุงออสโล คุณจะรู้สึกถึงความอิ่มเอิบและมีความสุขมาเลยทีเดียว เพราะมีภัตตาคารถึง 4 แห่งที่ได้รับรองจาก Michelin ว่าเป็นสุดยอดร้านอาหารได้แก่ Ylajali, Statholdergaarden, Fauna ที่ได้สองดาว ส่วน Maeemo ได้สองดาว ถ้าหากอยากสัมผัสธรรมชาติละก็ แนะนำให้ไปที่ Dovrefjell National Park เพื่อสูกออกซีเจนแบบเต็มและดูกวางเรนเดียร์บริเวณภูเขาอีกด้วย

3. Switzerland เมือง Zermatt ที่สวิตเซอร์แลนด์เรียกได้ว่าเหมาะกับคนชอบเล่นสกีและปีเขามาก แม้แต่ในฤดูร้อน ก็ยังมีบรรดานักสกีทีมชาติมาฝึกที่นี่ หรือเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ อีกสถานที่แห่งหนึ่ง ลองไปเมือง Appenzell ดูสิครับ เมืองนี้มีประชากรเพียง 7,000 คนเท่านั้นและยังเป็นเมืองที่ปลอดรถยนต์ทำให้ไม่มีมลพิษ อย่าลืมอาบน้ำนมและกินชีสอัลไพน์สักก้อนนะครับ

4. Netherlands ดอกทิวลิปถือเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้เริ่มบานสะพรั่งตั้งแต่เดือนมีนาคมที่สวน Keukenhof นักท่องเที่ยวจากทั่วยุโรปเดินทางมาเยี่ยมชมดอกทิวลิปหลายชนิด สวนนี้จะปิดวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานชมดอกทิวลิปซึ่งปลูกตามระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลา 8 วันต้องหาที่ค้างคืนด้วย

5. Sweden Gamla Stan เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดและถูกอนุรักษ์เป็นเมืองยุคกลางในยุโรป และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย หลังจากเที่ยวเมืองในยุคกลางเสร็จ ลองไปยัง Royal National City Park ซึ่งถือเป็นสวนสาธารณะในเมืองแห่งแรกโลก ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็ตามในสวีเดน อย่าลืมแวะ Coffee Break หรือชาวสวีเดนเรียกว่า Fika กับเพื่อนชาวสวีเดน แต่ถ้าหากไม่ดื่มกาแฟ ลองดื่มอย่างอื่นแทนได้เพราะเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายอย่างหนึ่ง

6. Canada Banff National Park เป็นสวนสาธารธที่เยี่ยมเลยล่ะครับ เพราะนักท่องเที่ยวจะได้พบกับรีสอร์ทสกีแห่งแรกในประเทศแดนนาดาชื่อว่า Skoki Lodge ถ้าหากว้าต้องการออกนอกเมืองล่ะก็ แนะนำเกาะ Haida เพียงแค่ 2 ชั่วโมงจากแวนคูเวอร์เท่านั้น ที่นั่นมีกิจกรรมเยอะมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษชาวแคนนาดา

7. Finland นักท่องเที่ยวที่มาฟินแลนด์ต้องไปเที่ยวที่ Santa Claus Village ซึ่งเปิดให้ชมตลอดทั้งปี หรือลองประสบการณ์นอนในกระท่อมชาวเอสกิโมนอนชมวิวแสงไฟท่ามกลางดวงดาวที่ส่องแสงวาววับ ถ้าหากชอบเมืองที่ติดทะเลล่ะก็ แนะนำ Hanko ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยาน เล่นวินด์เซิร์ฟ ดำน้ำ 

8. Austria การได้ฟังดนตรีสดเล่นที่ฮอล์ Musikverein และทานช็อคโกแลตไปด้วยถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งนะครับ หรือถ้าต้องการหลีดหนีความวั่นวายในตัวเมืองเวียนนาล่ะก็ ลองไปทานอาหารที่ Pogusch Country Inn ซึ่งเป็นร้านอาหารในเครือเดียวกันกับ Steirereck ในเวียนนา

9. Iceland หากไปเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยวจะต้องไปว่ายน้ำที่ Blue Lagoon ซึ่งเป็นทางผ่านทั้งขาไปและขากลับสนามบิน ห้ามพลาดการอาบน้ำพุร้อนตามสระว่ายน้ำต่างๆ แต่ถ้าชอบการผจญภัยล่ะก็ ไปที่ Snæfellsjökull National Park แล้วคุณจะได้เห็นธารน้ำแข็งบนภูเขาไฟที่ยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าล่าสุดจะระเบิดเมื่อ 1,900 ปีมาแล้วก็ตาม

10. Australia Great Barrier Reef เป็นหนึ่งในเจ็ดสุดยอดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกรับรองโดยองค์การ UNESCO ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือน Wollongong เป็นเมืองหนึ่งที่มีความสุขที่สุดในประเทศนี้ นอกจากนั้นยังมีวัด Nan Tien ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดอยู่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย

 


comments