หนาวนี้เจอกันที่ "ภูทับเบิก" จังหวัดเพชรบูรณ์

หนาวนี้เจอกันที่
เมื่อฤดูหนาวย่างกลายเข้ามา ถึงเวลาที่เราต้องออกเที่ยวกัน ผมขอเสนอที่นี่เลย ไร่กะหล่ำปลี ใหญ่ที่สุดในไทย "ภูทับเบิก" จังหวัด เพชรบูรณ์

ภู ทับเบิกเป็นชื่อของ หมู่บ้านม้งทับเบิก  ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง บนภูเขาสูงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า ซึ่งห่างจากตัวอำเภอประมาณ 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 100 กม. ชาวม้งที่นี่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก พืชผักที่มีการปลูกมากที่สุด ก็คือกะหล่ำปลี ซึ่งมีการจัดสรรที่ดินทำกินสำหรับการปลูกกะหล่ำปลีหลายพันไร่บนยอดเขาสูง ทำให้ในช่วงฤดูฝน มีกะหล่ำปลีผุดขึ้นละลานตาเต็มภูเขา โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และช่วงเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน ของทุกปี

จุดเด่นที่สุดของภูทับเบิก คือ การชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา เหนือบรรดาเมฆหมอกที่ลอยอยู่รอบๆ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นยอดเขาสูงที่สุดของเพชรบูรณ์ และปลูกแต่กะหล่ำปลีทั่วทั้งหุบเขา ทำให้ไม่มีต้นไม้ใหญ่มาบดบังทัศนียภาพ และกระแสลมบน ขณะที่ในบางเช้าก็มีทะลหมอกขนาดใหญ่ กินบริเวณกว้างทางด้านทิศตะวันออกที่ติดกับ อำเภอหล่มเก่า ถือเป็นทะเลหมอกที่ใกล้กับผู้ชมมากที่สุด เพราะหมอกทั้งหมดมาออกันอยู่ด้านข้างจุดกางเต็นท์นั่นเอง

หมู่บ้านม้งทับเบิก ซึ่งอยู่ด้านในเลยจากจุดชมวิว ยังเป็นแหล่งศึกษาวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบฉบับม้งดั้งเดิมไว้ นอกจากนี้ยังมีวัดป่าบ้านทับเบิก เป็นจุดท่องเที่ยว และจุดชมวิวที่สำคัญภายในหมู่บ้าน เคยเป็นจุดที่ใช้รองน้ำค้างกลางหาว ที่นำไปทำน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อประกอบพิธีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยวัดตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผา ติดกับอำเภอหล่มเก่า ทำให้มองเห็นวิวในมุมสูงได้กว้างไกลมาก

บริเวณ ภูทับเบิก มีรีสอร์ทที่พักจำนวนน้อย แต่มีที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม แคมปิ้ง จำนวนมาก เต็นท์ที่พักให้เช่า สำหรับผู้ที่ต้องการค้างคืน เพื่อสัมผัสความหนาวเย็น หรือต้องการชมทะเลหมอกตอนเช้า  มีร้านอาหาร และร้านจำหน่ายน้ำดื่มไว้รองรับนักท่องเที่ยว แต่หากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ ควรเตรียมอาหารและน้ำเอง จะสะดวกที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก ขณะที่ร้านค้ามีไม่เพียงพอกับความต้องการ

สำหรับที่กางเต็นท์บนจุดชมวิว และบริเวณไร่กะหล่ำปลี ของวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านทับเบิก มีค่าบริการดังนี้
เต็นท์นอน 4 คน พร้อมเครื่องนอน ราคา 650 ต่อคืน
เต็นท์นอน 2 คน พร้อมเครื่องนอน ราคา 350 ต่อคืน
นำเต็นท์มาเองคิดค่าบำรุงสถานที่ คนละ 40 บาท ต่อคนต่อคืน

ส่วน ห้องน้ำสำหรับอาบน้ำ และห้องสุขา มีไว้รองรับจำนวนมาก แต่ด้วยความที่มีอากาศหนาวเย็น และไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น อาจทำให้หลายคนไม่กล้าอาบน้ำ เก็บดองเค็มไว้อาบที่บ้าน เพราะในฤดูหนาว น้ำที่นี่เย็นกว่าน้ำแข็งซะอีก ลองค้างที่นี่สักคืน จะเป็นประสบการณ์วิเศษที่จะลืมไม่ลงทีเดียว

การเดินทาง บน ภูทับเบิกเป็นภูเขาสูงชัน ยังไม่มีรถประจำทาง สามารถเดินทางได้โดยทางรถยนต์ส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งสามารถขึ้นเขาได้ทั้งรถเก๋ง และรถกระบะ รถที่จะขึ้นภูทับเบิก ต้องตรวจเช็คความพร้อมของเครื่องยนต์ ระบบเบรค และครัชให้ดีก่อน และมีควรมีกำลังมากกว่า 1500 ซีซี. และผู้ขับขี่ควรมีประสบการณ์ในการขับรถขึ้นเขามาบ้างแล้ว

จากกรุงเทพฯ ถึง จังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านตัวเมืองมุ่งหน้าไปทางอ.หล่มสัก ก่อนถึงแยกพ่อขุนประมาณ 10 กม. ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสาย 21 (เลยปั๋ม คาลเท็กซ์ไป 200 ม.) >>> ขับรถไปอีก 6-7 กม. ถึงสี่แยกกกโอ ให้เลี้ยซ้ายไปทางพิษณุโลก >>> ตรงไปประมาณ 1-2 กม. ถึงสี่แยกไฟแดง หากตรงไปจะขึ้นไปเขาค้อ และพิษณุโลก ให้เลี้ยวขวา เข้าถนนสาย 2372 >>> ตรงไป ประมาณ 13-15 กม. มีป้ายบอกทางภูทับเบิก-ภูหินร่องกล้า ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงหลายเลข 2331 ไปภูทับเบิก ขับไปตามเส้นทาง ซึ่งเป็นทางขึ้นเขา ระยะทางประมาณ 17.7 กิโลเมตร รวมโค้งหักศอก ทะแยงขึ้น-ลง ได้ประมาณ 111 โค้ง (ในช่วงอ.หล่มสัก-อ.หล่มเก่า มีป้ายบอกเส้นทางไปภูทับเบิกตลอดเส้นทาง)

 

 

 


comments